thaiacnecare.com วิธีรักษาสิว ครีมรักษาสิว ครีมหน้าใส เคล็ดลับหน้าใส เคล็ดลับผิวขาว

อดีตอันน่ากลัว โรงพยาบาลบ้า ป่าช้าที่ฝังร่างผู้ป่วยจิตเภทกว่า 7,000 ศพ


โพสต์เมื่อ: 10 ก.ค 2562 เวลา 19:25:37 น. อ่าน: 68 ครั้ง
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้เผยแพร่จากต้องประเทศ กับอดีตที่มึดมน โรงพยาบาลบ้า โรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัย Mississippi State University ในเมือง Jackson ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยทางจิตทั่วไป แต่จริงๆ มันมันอะไรที่น่ากลัวมากกว่านั้นมาก โดยเรื่องราวดังกล่าวนั้นได้เผยแพร่มาว่า"โรงพยาบาล Mississippi State Lunatic Asylum เปิดทำการเมื่อปี 1855 และดำเนินการจนถึงปี 1935 ที่นี่เคยมีผู้ป่วยประมาณ 35,000 คน ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปี" คำบอกเล่าจาก Molly Zuckerman รองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยรัฐมิสซิสซิปปี

2019711203006-11441.jpg (600×292)

Mississippi State Lunatic Asylum ดำเนินการโดย Dorothea Dix นักปฏิรูปสังคมที่มีชื่อเสียง เธอเป็นที่รู้จักในนาม Angel of the MadhousesDix ได้เดินทางมายังมิสซิสซิปปีและประกาศว่าจะช่วยผู้ป่วยทางจิตหรือผู้มีพัฒนาการที่บกพร่อง โดยจะเปิดโรงพยาบาลให้กับพวกเขาแต่หลังจากที่สร้าง ปรากฏว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ระบบความปลอดภัยก็ไม่น่าไว้วางใจด้วยในช่วงสงครามกลางเมือง กลุ่มทหารได้เข้ามาปล้นโรงพยาบาล ทำลายข้าวของ และบังคับให้พนักงาน 7 ใน 10 คน เข้าร่วมกับกองกำลังฝ่ายเหนือของอเมริกาต่อมาช่วงปลายปี 1880 ผู้ป่วยจำนวนมากป่วยเป็นโรคร้ายแรง เนื่องจากพวกเขาใช้น้ำจากบ่อน้ำที่มีมลพิษปนเปื้อนและในปี 1900 ชื่อของโรงพยาบาลก็ถูกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการเป็น ‘โรงพยาบาลบ้ารัฐมิสซิสซิปปี' (Mississippi State Insane Hospital)

แต่ต่อมาในช่วงปลายปี 1920 รัฐมิสซิสซิปปีก็ได้มีการจัดสรรเงินเพื่อสร้างสถาบันย่อยของโรงพยาบาลบ้ารัฐมิสซิสซิปปีจนกระทั่งในปี 1935 Mississippi State Hospital (โรงพยาบาลรัฐมิสซิสซิปปี) ก็เปิดทำการใน Whitfield ทางตะวันออกของเมือง Jackson และยังดำเนินการจนทุกวันนี้สำหรับคนไข้ในโรงพยาบาล Mississippi State Lunatic Asylum เดิมนั้น ล้วนเป็นคนมีอาการป่วยทางจิต หลายคนถูกส่งตัวมาเพราะความต้องการของคู่สมรส ครอบครัว รวมทั้งโดยคนอื่นๆ เนื่องจากพวกเขามีอาการที่รุนแรงจนคนที่บ้านรับมือไม่ไหวที่น่ากลัวคือ หากคนไข้ที่นี่เสียชีวิตลง จะไม่มีการแจ้งให้ญาติๆ ทราบ แต่เจ้าหน้าที่จะทำการฝังศพพวกเขาไว้ที่นี่อย่างเงียบๆ ในสุสานที่ทำขึ้นอย่างลับๆ

อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่สิ่งที่ญาติผู้ป่วยต้องการ พวกเขาพาผู้ป่วยมาที่นี่หวังให้มีผู้ชำนาญช่วยดูแล และเมื่อหายแล้วจะกลับมารับแต่ปรากฏว่าทางโรงพยาบาลไม่เคยแจ้งให้ญาติทราบว่ารักษาอย่างไร อาการเป็นยังไง แม้กระทั่งตอนเสียชีวิต หากไม่มีญาติมาตามหา ทางโรงพยาบาลก็จะไม่แจ้งให้ทราบ หรือต่อให้มาถามญาติก็ไม่มีโอกาสได้เห็นศพรวมทั้งอาจไม่รู้สาเหตุการตายที่แท้จริงด้วย

2019711203042-1544773055897.jpg (600×393)

ในขณะที่ทางรัฐก็รับรู้เรื่องนี้มาตลอด เพราะมีหลักฐานเป็นแผนที่วาดด้วยมือจากศตวรรษที่ 19 และแผนที่ดังกล่าวนี้ก็นำไปสู่การตามหาศพผู้ป่วย แต่ก็หาศพไม่พบ จนกระทั่งปี 2012 ได้มีการพบโลงศพแรกในขณะที่คนงานกำลังขุดดินเพื่อทำที่จอดรถใหม่ในปีต่อมาก็พบศพอีก 65 ศพ จนได้มีการขุดศพขึ้นมาทั้งหมด 66 ศพ ขึ้นมา แล้วเอาไว้ในพื้นที่ที่ปราศจากกรดทางทิศเหนือทในศูนย์โบราณคดีที่มหาวิทยาลัยรัฐมิสซิสซิปปีอย่างไรก็ตาม จากปี 2013-2015 ได้มีการสำรวจและการตรวจจับเรดาร์ และมีการเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีศพในบริเวณดังกล่าวอีก 5,000-7,000 ศพ

จะเกิดอะไรขึ้นกับศพที่ถูกขุดขึ้นมา?

แทนที่จะนำศพเหล่านี้ไปฝังอีกครั้งในสถานที่อื่น แต่เจ้าหน้าที่ในรัฐมิสซิสซิปปีได้เสนอให้สร้างศูนย์อนุสรณ์และศูนย์สำหรับผู้เยี่ยมชมไว้ในสถานที่ของโรงพยาบาลทั้งนี้ศพจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในภาชนะที่ปราศจากกรดเพื่อจะให้นักวิจัยนำไปตรวจสอบเกี่ยวกับวิธีการรักษาผู้ป่วยทางจิตเมื่อหลายปีก่อนนอกจากนี้เมื่อตรวจสอบแล้ว ทางทีมวิจัยจะบุตัวตนของศพ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เพราะบางทีหนึ่งในศพเหล่านี้อาจเป็นญาติของพวกเขาก็ได้



อุปสรรคสำคัญในการทำงานคือค่าใช้จ่าย Ralph Didlake ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์และธรณีศาสตร์ของโรงพยาบาล กล่าวว่า "การขุดศพขึ้นมาพร้อมทั้งระบุตัวตนนั้น ต้องมีค่ายใช้จ่ายสูงถึง 130 ล้านบาท"นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับทำศูนย์อนุสรณ์และศูนย์สำหรับผู้เยี่ยมชมที่ตอนนี้ยังไม่ได้ออกแบบและไม่รู้ด้วยว่าต้องใช้งบเท่าไหร่ในการนำศพขึ้นมาศึกษานั้น แน่นอนว่าอาจจะมีการค้นพบเรื่องราวอันน่าเศร้า หดหู่ อัปยศ รวมทั้งความเจ็บปวดอื่นๆ ของคนไข้ในอดีตเหล่านี้แต่นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์เหล่านั้น Didlake บอกว่า "เราต้องมองเรื่องเหล่านี้ผ่านมุมมองของคนสมัยใหม่ และมันจะทำให้เรารู้ว่าควรรักษาผู้ป่วยทางจิตในอนาคตอย่างไร"

Zuckerman ผู้ที่ทำงานร่วมกับ Didlake สำหรับโปรเจคนี้ กล่าวว่า "ข้อเสนอนี้ค่อนข้างผิดปกติ ที่อื่นเค้าไม่ได้ทำกันแบบนี้ เพราะที่อื่นเมื่อขุดพบศพ พวกเขาจะทำการฝังกลับไปอีกครั้งในที่อื่น แต่ถ้าทำอย่างนั้น เราจะไม่ได้อะไรข้อมูลอะไรจากศพเลย"นับตั้งแต่มีการขุดพบศพ Zuckerman บอกว่าเธอได้รับอีเมลล์ทุกสัปดาห์จากญาติผู้ป่วยที่เคยเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ญาติกลับไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างและถูกฝังอยู่ที่ไหนอย่างไรก็ตาม หากโครงการนี้แล้วเสร็จ ทางทีมงานที่ดำเนินการคาดว่าจะให้คำตอบญาติผู้ป่วยได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ต้องอาศัยเวลาในการตรวจสอบสักระยะ


แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ร่วมโหวตคะแนนให้เรื่องนี้ คะแนน 0.0 จาก 5 ผู้อ่าน 0 คน

เรื่องแนะนำ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เปิดตำนาน “ถ้ำกระบอก” สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดชื่อดัง ที่หลายคนไปแล้วไม่อยากกลับไปอีก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานที่เล่ากันมาตั้งแต่สมัครโบราณมาแล้วสำหรับถ้ำกระบอกเป็นที่รู้จักกันดียิ่ง

ย้อนรอยตำนานลับ เปิดเบื้องหลังชีวิตจริง เจ้านางปัทมสุดา สตรีผู้สูงศักดิ์กับความโหดเหี้ยม

หากใครที่ได้ดูละครเรื่องรากนครานอกเหนือจากบทของแต้วณฐพรที่รับบทเป็นเจ้าแม้นเมืองและมิวนิษฐาที่รับบทเ

เปิดเมือง "ลับแล" เมืองลี้ลับในตำนาน

ตั้งแต่เด็กจนโตมาในจังหวัดอุตรดิตถ์จะได้ยินคำเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแลมาตลอดถึงแม้ว่าตัวผู้เขียนเอง

เปิดเรื่อราว จดหมายลึกลับในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเขียนด้วยแม่ชีที่ถูกผีสิง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้เผยแพร่ในศตวรรษที่17เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ได้ลูกเล่ากันมากสำหรับ

การ "ลักพระศพ" สิ่งที่ทำกันมาตั้งแต่อดีต คืออะไรเรามาติดตามกัน

เชื่อได้ว่านับเป็นปีแห่งความเศร้าโศกของประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดินที่ต้องจารึกไว้ว่าเมื่อวันที่13ตุลาคม

เปิดตำนานเรื่องจริง ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ปลัดจ่าง นักรบผู้กล้าหาญแห่งพงไพร ปกป้องผืนป่ามาทั้งชีวิต แม้ร่างจะสิ้น แต่วิญญาณยังคงอยู่

ขอย้อนไปในสมัยก่อนเมื่อพลเมืองบ้านท่าชัยและก็บ้านท่าด่านจังหวัดนครนายกได้พากันขึ้นไปถากถางป่าปลูกข้า

เปิดเรื่องเล่า สยองขวัญ แวมไพร์อาละวาด แห่งเซอร์เบีย

คุณเลยคิดไหมว่าเรื่องของแวร์ไพร์นั้นมันมีอยู่จริงไหมมันเกิดขึ้นจริงหรอในโลกของพวกเรามันเคยมีจริงหรอแ

ตำนานในอดีต พิธีสยอง ฝังคนเป็น “สร้างเสาหลักเมือง”

มีเรื่องสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาโบราณถือว่าพิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้านสร้างเมืองต้องฝังอาถร

ตำนานความเชื่อ “แม่ซื้อ” เทวดาคุ้มครองทารก แม่ซื้อประจำตัวเด็กตามวันเกิด

ตามตำนานความเชื่อดั้งเดิมของคนไทยโบราณและได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันที่เกี่ยวกับเด็กทารกก็คงจะหน

เปิดตำนาน มักกะลีผล ผลไม้ที่กำเนิดจากนางอัปสรา ทำหน้าที่บำบัดความใคร่

เชื่อว่าหลานคนก็คงเคยรู้จักนารีผลมักกะลีผลหรือมัคคะลีผลแน่นอนพืชแสนวิเศษที่มีรูปร่างเป็นหญิงงามเป็นพ